สถาบันการบินพลเรือน

Civil Aviation Training Center

ก ก ก
feature_post

Share

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดย นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการอากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สบพ. เข้าหารือกับ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะนายทหาร ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อประสานความร่วมมือและศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่บริเวณอ่าวมะนาว กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติการบินสำหรับการพัฒนานักบินอากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่ของประเทศไทย

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และตนในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) ที่มุ่งผลักดันการพัฒนาระบบการบินด้วยเครื่องบินน้ำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม Seaplane ของประเทศไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร หลักสูตรฝึกอบรม มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติการบิน
ทั้งนี้ การพิจารณาพื้นที่อ่าวมะนาว กองบิน 5 ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านแหล่งฝึกภาคปฏิบัติสำหรับนักบินเครื่องบินน้ำ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพอากาศ
จึงจำเป็นต้องหารือและประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ ตลอดจนพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการ การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย และการปฏิบัติการบินให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานการบินที่เกี่ยวข้อง

ด้านนางสาวภัคณัฏฐ์ กล่าวว่า สบพ. ในฐานะสถาบันหลักด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรการบินของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้และกำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Seaplane โดยอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักบินอากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง อาทิ ครูการบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานสากล สามารถรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Seaplane จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมโยงท่าอากาศยานกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล หมู่เกาะ และพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก สนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High-Value Tourism) เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค และกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

สบพ. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการพัฒนาบุคลากรการบินที่มีคุณภาพ การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบิน ตลอดจนการวางรากฐานองค์ความรู้และมาตรฐานการฝึกอบรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องบินน้ำของประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมยกระดับศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการบินไทยในเวทีนานาชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง